
ประจวบคีรีขันธ์ เป็นจังหวัดในภาคกลางตามการแบ่งการปกครองของประเทศไทย ในขณะที่การแบ่งทางภูมิศาสตร์จัดเป็นจังหวัดในภาคตะวันตก และการแบ่งทางอุตุนิยมวิทยาจัดเป็นจังหวัดภาคใต้ตอนบน
ประวัติศาสตร์[แก้]
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาไม่ค่อยแน่ชัด เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ ยามมีศึกสงครามยากแก่การป้องกันจึงต้องปล่อยให้เป็นเมืองร้างหรือยุบเมืองเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเพชรบุรี ในอดีตเป็นเพียงเมืองชั้นจัตวาเล็ก ๆ ที่รวมกันอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองเพชรบุรี พอถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงได้โปรดเกล้าฯ ตั้ง เมืองบางนางรม ที่ปากคลองบางนางรม แต่ที่ดินไม่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกจึงย้ายที่ว่าการเมืองไปตั้งที่เมืองกุย ที่มีความอุดมสมบูรณ์และการตั้งบ้านเรือนหนาแน่นกว่า
ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2398 โปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองกุย เมืองคลองวาฬ และเมืองบางนางรมเข้าด้วยกัน โดยที่ตั้งเมืองยังคงตั้งอยู่ที่เมืองกุย (คืออำเภอกุยบุรีในปัจจุบัน) และโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองกุยเป็น เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ชื่อคล้องจองกันกับเมืองประจันตคีรีเขตซึ่งเดิมคือเกาะกงที่แยกออกจากจังหวัดตราด
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2441 จึงย้ายเมืองมาอยู่ที่บ้านเกาะหลัก ต่อมาพระองค์ทรงจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองประจวบคีรีขันธ์ เมืองชั้นจัตวาซึ่งขึ้นตรงกับเมืองเพชรบุรี มีฐานะเป็นอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ สังกัดเมืองเพชรบุรี ในช่วงนี้เมืองปราณบุรีซึ่งมีอาณาเขตติดอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ด้านทิศเหนือและเคยมีฐานะเป็นเมืองชั้นจัตวาขึ้นกับเมืองเพชรบุรี ก็ได้จัดตั้งเป็นอำเภอเมืองปราณบุรี สังกัดเมืองเพชรบุรีด้วย[3] ส่วนเมืองกำเนิดนพคุณขึ้นตรงกับเมืองชุมพร ด้วยมีพระราชดำริสงวนชื่อเมืองปราณไว้ (เมืองเก่าที่ตั้งอยู่ที่ปากน้ำปราณบุรี) ต่อมา วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการให้รวมเอาอำเภอเมืองปราณบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมืองเพชรบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ เมืองชุมพร ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวามาก่อน ตั้งเป็นเมืองปราณบุรี[4] มีที่ทำการเมืองอยู่ที่ตำบลเกาะหลัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเมืองปราณบุรีเป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันการสับสนกับเมืองปราณที่ปากน้ำปราณบุรี[5][6] หลังจากมีการยกเลิกระบบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองประจวบคีรีขันธ์จึงไม่ได้ขึ้นตรงกับเมืองเพชรบุรีและมณฑลราชบุรีอีก
ภูมิศาสตร์[แก้]
มีเนื้อที่ประมาณ 6,367.620 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,979,762.5 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดเพชรบุรี
- ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดชุมพร
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวไทย
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับประเทศพม่า
ความยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ ประมาณ 212 กิโลเมตร และชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 224.8 กิโลเมตร มีส่วนที่แคบที่สุดของประเทศอยู่ในเขตตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จากอ่าวไทยถึงเขตแดนพม่าประมาณ 12 กิโลเมตร ระยะทางจากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงแผ่นดินสายเอเชียหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณ 399 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ และตามเส้นทางรถไฟสายใต้ ประมาณ 318 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-6 ชั่วโมง
หน่วยการปกครอง[แก้]
| |
ประชากรในจังหวัด[แก้]
- หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
- หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
| อันดับ (ปีล่าสุด) | อำเภอ | พ.ศ. 2558[7] | พ.ศ. 2557[8] | พ.ศ. 2556[9] | พ.ศ. 2555[10] | พ.ศ. 2554[11] | พ.ศ. 2553[12] | พ.ศ. 2552[13] | พ.ศ. 2551[14] | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | หัวหิน | 110,554 | 106,261 | 103,905 | 102,728 | 100,548 | 97,787 | 95,769 | 93,095 | |
| 2 | เมืองประจวบคีรีขันธ์ | 90,802 | 89,465 | 88,750 | 88,378 | 88,109 | 87,950 | 87,367 | 87,183 | |
| 3 | ปราณบุรี | 76,189 | 76,448 | 76,294 | 75,910 | 75,417 | 76,232 | 75,237 | 75,054 | |
| 4 | บางสะพาน | 75,794 | 74,269 | 74,002 | 73,584 | 72,917 | 72,480 | 71,900 | 71,806 | |
| 5 | ทับสะแก | 49,594 | 48,373 | 48,043 | 47,955 | 47,875 | 47,733 | 47,609 | 47,645 | |
| 6 | สามร้อยยอด | 49,955 | 48,223 | 47,893 | 47,517 | 47,423 | 47,210 | 46,882 | 46,725 | |
| 7 | กุยบุรี | 43,199 | 44,262 | 44,018 | 43,890 | 43,600 | 43,365 | 43,209 | 43,086 | |
| 8 | บางสะพานน้อย | 39,321 | 37,806 | 37,366 | 37,088 | 36,679 | 36,377 | 36,090 | 35,784 | |
| — | รวม | 534,719 | 525,107 | 520,271 | 517,050 | 512,568 | 509,134 | 504,063 | 500,378 |
ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์[แก้]
| ชื่อ | ช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง |
|---|---|
| 1. พระพิชัยชลสินธ์ (จันทร์ ไชยมงคล) | ไม่ทราบข้อมูล |
| 2. พระพิชัยชลสินธ์ (สิงห์ ไชยมงคล) | ไม่ทราบข้อมูล |
| 3. พระพิชัยชลสินธ์ (พุธ ไชยมงคล) | ไม่ทราบข้อมูล |
| 4. หลวงบริบาลคีรีมาส (ิทม) | พ.ศ. 2436 |
| 5. พระพิบูลย์สงคราม (จร) | พ.ศ. 2444–2450 |
| 6. หม่อมเจ้าปรานีเนาวบุตร นวรัตน | พ.ศ. 2450–2458 |
| 7. พระยาสวัสดิ์คีรีศรีสมันตราษฎรนายก | พ.ศ. 2458–2471 |
| 8. อำมาตย์เอกหม่อมเจ้าทองเติม ทองแถม | พ.ศ. 2471–2476 |
| 9. หลวงภูวนารถนรานุบาล | พ.ศ. 2476–2478 |
| 10. พระบริหารเทพธานี | พ.ศ. 2478–2479 |
| 11. หม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์ | พ.ศ. 2480 |
| 12. หลวงวิมลประชาภัย | พ.ศ. 2480 –2481 |
| 13. นาวาโทขุนจำนงภูมิเวท | พ.ศ. 2481 |
| 14. ขุนบำรุงรัตนบุรี | พ.ศ. 2481–2484 |
| 15. นาวาโทสุรชิตชาญฤทธิ์รณ สุวรรณโนดม | พ.ศ. 2485–2487 |
| 16. นายแม้น อรจันทร์ | พ.ศ. 2482–2487 |
| 17. ขุนสำราญราษฎร์บริรักษ์ | พ.ศ. 2487–2488 |
| 18. นายอุดม บุญยประสพ | พ.ศ. 2488–2489 |
| 19. ขุนสนิทประชาราษฎร์ | พ.ศ. 2489–2490 |
| 20. ขุนปัญจพรรคพิบูล (พิบูล ปัญจพรรค์) | พ.ศ. 2490–2491 |
| 21. นายถนอม วิบูลย์มงคล | พ.ศ. 2491–2492 |
| 22. นายแสวง พิมทอง | พ.ศ. 2492–2494 |
| 23. นายประสงค์ อิศรภักดี | พ.ศ. 2494–2495 |
| 24. นายอรรถ วิสูตรโยธาพิบาล | พ.ศ. 2495 |
| 25. พันตำรวจเอกจำรัส โรจนจันทร์ | พ.ศ. 2495–2496 |
| 26. นายแสวง รุจิรัตน์ | พ.ศ. 2496 |
| 27. พันตำรวจเอกตระกูล วิเศษรัตน์ | พ.ศ. 2496–2497 |
| 28. นายประสงค์ อิศรภักดี | พ.ศ. 2497–2499 |
| 29. นายสอาด ปายะนันท์ | พ.ศ. 2499–2503 |
| 30. นายประจักษ์ วัชรปาน | พ.ศ. 2503–2510 |
| 31. นายประหยัด สมานมิตร | พ.ศ. 2510–2513 |
| 32. นายสุวิทย์ ยิ่งวรพันธุ์ | พ.ศ. 2513–2515 |
| 33. นายสุชาติ พัววิไล | พ.ศ. 2515–2518 |
| 34. นายสอาด ศิริพัฒน์ | พ.ศ. 2518–2519 |
| 35. นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ | พ.ศ. 2519–2522 |
| 36. นายมานิต วัลยะเพ็ชร์ | พ.ศ. 2522–2523 |
| 37. นายเสน่ห์ วัฑฒทาธร | พ.ศ. 2523–2525 |
| 38. นาวาเอกจำลอง ประเสริฐยิ่ง | พ.ศ. 2525–2526 |
| 39. นายบรรโลม ภุชงคกุล | พ.ศ. 2526–2528 |
| 40. หม่อมหลวงภัคศุก กำภู | พ.ศ. 2528–2529 |
| 41. นายบุญช่วย ศรีสารคาม | พ.ศ. 2529–2532 |
| 42. ร้อยเอกอำนวย ไทยานนท์ | พ.ศ. 2532–2537 |
| 43. นายกอบกุล ทองลงยา | พ.ศ. 2537–2539 |
| 44. นายประสงค์ พิทูรกิจจา | พ.ศ. 2539–2547 |
| 45. นายกิตติพงษ์ สุนานันท์ | พ.ศ. 2547–2549 |
| 46. นายประสงค์ พิทูรกิจจา | พ.ศ. 2549–2551 |
| 47. นายปานชัย บวรรัตนปราณ | พ.ศ. 2551–2552 |
| 48. นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล | พ.ศ. 2552–2558 |
| 49. นายทวี นริสศิริกุล | พ.ศ. 2558–ปัจจุบัน |
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]
- ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกเกด (Manilkara hexandra)
- ต้นไม้ประจำจังหวัด: เกด (Manilkara hexandra)
- คำขวัญประจำจังหวัด: เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าว สับปะรด สวยสด หาด เขา ถ้ำ งามล้ำน้ำใจ
การศึกษา[แก้]
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล
- มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์หัวหิน
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหิน
- วิทยาลัยการอาชีวังไกลกังวล
โรงเรียน[แก้]
แหล่งท่องเที่ยว[แก้]
- ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างขึ้นมาในสมัย ร.ต.อำนวย ไทยานนท์ เป็นผู้ว่าราชการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิดศาลหลักเมือง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2537 เพื่อให้เป็นสิริมงคลและเป็นหลักชัยคู่บ้านคู่เมือง
- อ่าวมะนาว
- หว้ากอ
- อ่าวบ้านกรูด
- อ่าวบางเบิด
- อ่าวประจวบ
- อ่าวน้อย
- ชายฝั่งทะเลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นชายฝั่งทะเลในพื้นที่แหลมผักเบี้ย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกชื่อชายฝั่งทะเลของจังหวัดเพชรบุรี-จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีความยาว 200 กิโลเมตร [15] มีความยาวคอดไปถึงอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ [16] เพื่อแสดงถึงวีรกรรม พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและเพื่อประกาศพระเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ให้ปรากฏพระนามบนแผนที่ [17]
ศาสนสถาน[แก้]
- วัดคลองวาฬพระอารามหลวง
- วัดธรรมมิการามวรวิหาร (วัดเขาช่องกระจก)
- วัดเกาะหลัก
- วัดเขาอิติสุคโต
- วัดใหญ่คลายคีรี (เขาอิติสุคโต 2)
- วัดพรหมรังษี (เขาอิติสุคโต 3)
อุทยาน[แก้]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย [[ปรับปรุงการจัดตั้งแบ่งเขตแขวงเมืองเพ็ชร์บุรีเสียใหม่ โดยให้มี ๖ อำเภอ และการจัดกรมการอำเภอ] ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่๑๘ ตอนที่ ๕ ประกาศ ณ วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ หน้าที่ ๕๙
- ↑ ประกาศ ตั้งเมืองปราณบุรี ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๒๓ ตอนที่ ๔๑ ประกาศ ณ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๙ หน้าที่ ๑๐๖๒
- ↑ ประกาศ เปลี่ยนนามเมืองปราณบุรี เป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๓๒ ตอนที่ ๐ ก ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ หน้าที่ ๑๗๖
- ↑ สุรินทร์ บัวงาม."บันทึกตำนานเมืองปราณบุรี", ประจวบคีรีขันธ์ : สภาวัฒนธรรมอำเภอปราณบุรี, 2544. หน้า 87-88 อ้างใน http://gold.rajabhat.edu/rLocal/stories.php?story=03/11/18/8802034
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_58.pdf 2559. สืบค้น 29 พฤศจิกายน 2559.
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเนกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖, เล่ม ๑๓๑, ตอน ๔๑ ง , ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗, หน้า ๑
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat55.html 2555. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat54.html 2555. สืบค้น 6 เมษายน 2555.
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.dopa.go.th/stat/y_stat53.html 2553. สืบค้น 30 มกราคม 2554.
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552."203.113.86.149/stat/y_stat.htmlสืบค้น 30 มีนาคม 2553
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html 2552. สืบค้น 30 มกราคม 2552.
- ↑ พระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในท้องที่ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี พ.ศ. ๒๕๔๙ เล่มที่ ๑๒๓ ตอนที่ ๘๐ ก ประกาศ ณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ หน้า ๑
- ↑ ชายฝั่งทะเลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
- ↑ ประชาสัมพันธ์การเรียกชื่อชายฝั่งทะเล ตั้งแต่บริเวณหาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ถึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ว่า"ชายฝั่งทะเลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช"
ดูเพิ่ม[แก้]
- รายชื่อโรงเรียนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- รายชื่อสาขาของธนาคารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- รายชื่อห้างสรรพสินค้าในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของจังหวัด
- ประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- เว็บไซต์วัดเขาอิติสุคโต
- เว็บไซต์สำนักปฏิบัติธรรมพรหมรังษี (เขาอิติสุคโต 3)
- เวปไซด์สามอ่าวดอตคอม อีกเสียงของชาวประจวบ
- แผนที่และระยะทางระหว่างประจวบไปจังหวัดใกล้เคียง
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- แผนที่ จาก มัลติแมป โกลบอลไกด์ หรือ กูเกิลแผนที่
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย