วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ประวัติ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์

Image result for ประวัติ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์
ประจวบคีรีขันธ์ เป็นจังหวัดในภาคกลางตามการแบ่งการปกครองของประเทศไทย ในขณะที่การแบ่งทางภูมิศาสตร์จัดเป็นจังหวัดในภาคตะวันตก และการแบ่งทางอุตุนิยมวิทยาจัดเป็นจังหวัดภาคใต้ตอนบน

ประวัติศาสตร์[แก้]

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาไม่ค่อยแน่ชัด เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ ยามมีศึกสงครามยากแก่การป้องกันจึงต้องปล่อยให้เป็นเมืองร้างหรือยุบเมืองเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเพชรบุรี ในอดีตเป็นเพียงเมืองชั้นจัตวาเล็ก ๆ ที่รวมกันอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองเพชรบุรี พอถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงได้โปรดเกล้าฯ ตั้ง เมืองบางนางรม ที่ปากคลองบางนางรม แต่ที่ดินไม่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกจึงย้ายที่ว่าการเมืองไปตั้งที่เมืองกุย ที่มีความอุดมสมบูรณ์และการตั้งบ้านเรือนหนาแน่นกว่า
ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2398 โปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองกุย เมืองคลองวาฬ และเมืองบางนางรมเข้าด้วยกัน โดยที่ตั้งเมืองยังคงตั้งอยู่ที่เมืองกุย (คืออำเภอกุยบุรีในปัจจุบัน) และโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองกุยเป็น เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ชื่อคล้องจองกันกับเมืองประจันตคีรีเขตซึ่งเดิมคือเกาะกงที่แยกออกจากจังหวัดตราด
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2441 จึงย้ายเมืองมาอยู่ที่บ้านเกาะหลัก ต่อมาพระองค์ทรงจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองประจวบคีรีขันธ์ เมืองชั้นจัตวาซึ่งขึ้นตรงกับเมืองเพชรบุรี มีฐานะเป็นอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ สังกัดเมืองเพชรบุรี ในช่วงนี้เมืองปราณบุรีซึ่งมีอาณาเขตติดอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ด้านทิศเหนือและเคยมีฐานะเป็นเมืองชั้นจัตวาขึ้นกับเมืองเพชรบุรี ก็ได้จัดตั้งเป็นอำเภอเมืองปราณบุรี สังกัดเมืองเพชรบุรีด้วย[3] ส่วนเมืองกำเนิดนพคุณขึ้นตรงกับเมืองชุมพร ด้วยมีพระราชดำริสงวนชื่อเมืองปราณไว้ (เมืองเก่าที่ตั้งอยู่ที่ปากน้ำปราณบุรี) ต่อมา วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการให้รวมเอาอำเภอเมืองปราณบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมืองเพชรบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ เมืองชุมพร ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวามาก่อน ตั้งเป็นเมืองปราณบุรี[4] มีที่ทำการเมืองอยู่ที่ตำบลเกาะหลัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเมืองปราณบุรีเป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันการสับสนกับเมืองปราณที่ปากน้ำปราณบุรี[5][6] หลังจากมีการยกเลิกระบบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองประจวบคีรีขันธ์จึงไม่ได้ขึ้นตรงกับเมืองเพชรบุรีและมณฑลราชบุรีอีก

ภูมิศาสตร์[แก้]

มีเนื้อที่ประมาณ 6,367.620 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,979,762.5 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้
ความยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ ประมาณ 212 กิโลเมตร และชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 224.8 กิโลเมตร มีส่วนที่แคบที่สุดของประเทศอยู่ในเขตตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จากอ่าวไทยถึงเขตแดนพม่าประมาณ 12 กิโลเมตร ระยะทางจากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงแผ่นดินสายเอเชียหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณ 399 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ และตามเส้นทางรถไฟสายใต้ ประมาณ 318 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-6 ชั่วโมง

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 48 ตำบล 388 หมู่บ้าน
  1. อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
  2. อำเภอกุยบุรี
  3. อำเภอทับสะแก
  4. อำเภอบางสะพาน
  5. อำเภอบางสะพานน้อย
  6. อำเภอปราณบุรี
  7. อำเภอหัวหิน
  8. อำเภอสามร้อยยอด
 แผนที่

ประชากรในจังหวัด[แก้]

      หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
      หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
อันดับ
(ปีล่าสุด)
อำเภอพ.ศ. 2558[7]พ.ศ. 2557[8]พ.ศ. 2556[9]พ.ศ. 2555[10]พ.ศ. 2554[11]พ.ศ. 2553[12]พ.ศ. 2552[13]พ.ศ. 2551[14]
1หัวหิน110,554106,261103,905102,728100,54897,78795,76993,095
2เมืองประจวบคีรีขันธ์90,80289,46588,75088,37888,10987,95087,36787,183
3ปราณบุรี76,18976,44876,29475,91075,41776,23275,23775,054
4บางสะพาน75,79474,26974,00273,58472,91772,48071,90071,806
5ทับสะแก49,59448,37348,04347,95547,87547,73347,60947,645
6สามร้อยยอด49,95548,22347,89347,51747,42347,21046,88246,725
7กุยบุรี43,19944,26244,01843,89043,60043,36543,20943,086
8บางสะพานน้อย39,32137,80637,36637,08836,67936,37736,09035,784
รวม534,719525,107520,271517,050512,568509,134504,063500,378

ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์[แก้]

ชื่อช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง
1. พระพิชัยชลสินธ์ (จันทร์ ไชยมงคล)ไม่ทราบข้อมูล
2. พระพิชัยชลสินธ์ (สิงห์ ไชยมงคล)ไม่ทราบข้อมูล
3. พระพิชัยชลสินธ์ (พุธ ไชยมงคล)ไม่ทราบข้อมูล
4. หลวงบริบาลคีรีมาส (ิทม)พ.ศ. 2436
5. พระพิบูลย์สงคราม (จร)พ.ศ. 2444–2450
6. หม่อมเจ้าปรานีเนาวบุตร นวรัตนพ.ศ. 2450–2458
7. พระยาสวัสดิ์คีรีศรีสมันตราษฎรนายกพ.ศ. 2458–2471
8. อำมาตย์เอกหม่อมเจ้าทองเติม ทองแถมพ.ศ. 2471–2476
9. หลวงภูวนารถนรานุบาลพ.ศ. 2476–2478
10. พระบริหารเทพธานีพ.ศ. 2478–2479
11. หม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์พ.ศ. 2480
12. หลวงวิมลประชาภัยพ.ศ. 2480 –2481
13. นาวาโทขุนจำนงภูมิเวทพ.ศ. 2481
14. ขุนบำรุงรัตนบุรีพ.ศ. 2481–2484
15. นาวาโทสุรชิตชาญฤทธิ์รณ สุวรรณโนดมพ.ศ. 2485–2487
16. นายแม้น อรจันทร์พ.ศ. 2482–2487
17. ขุนสำราญราษฎร์บริรักษ์พ.ศ. 2487–2488
18. นายอุดม บุญยประสพพ.ศ. 2488–2489
19. ขุนสนิทประชาราษฎร์พ.ศ. 2489–2490
20. ขุนปัญจพรรคพิบูล (พิบูล ปัญจพรรค์)พ.ศ. 2490–2491
21. นายถนอม วิบูลย์มงคลพ.ศ. 2491–2492
22. นายแสวง พิมทองพ.ศ. 2492–2494
23. นายประสงค์ อิศรภักดีพ.ศ. 2494–2495
24. นายอรรถ วิสูตรโยธาพิบาลพ.ศ. 2495
25. พันตำรวจเอกจำรัส โรจนจันทร์พ.ศ. 2495–2496
26. นายแสวง รุจิรัตน์พ.ศ. 2496
27. พันตำรวจเอกตระกูล วิเศษรัตน์พ.ศ. 2496–2497
28. นายประสงค์ อิศรภักดีพ.ศ. 2497–2499
29. นายสอาด ปายะนันท์พ.ศ. 2499–2503
30. นายประจักษ์ วัชรปานพ.ศ. 2503–2510
31. นายประหยัด สมานมิตรพ.ศ. 2510–2513
32. นายสุวิทย์ ยิ่งวรพันธุ์พ.ศ. 2513–2515
33. นายสุชาติ พัววิไลพ.ศ. 2515–2518
34. นายสอาด ศิริพัฒน์พ.ศ. 2518–2519
35. นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิพ.ศ. 2519–2522
36. นายมานิต วัลยะเพ็ชร์พ.ศ. 2522–2523
37. นายเสน่ห์ วัฑฒทาธรพ.ศ. 2523–2525
38. นาวาเอกจำลอง ประเสริฐยิ่งพ.ศ. 2525–2526
39. นายบรรโลม ภุชงคกุลพ.ศ. 2526–2528
40. หม่อมหลวงภัคศุก กำภูพ.ศ. 2528–2529
41. นายบุญช่วย ศรีสารคามพ.ศ. 2529–2532
42. ร้อยเอกอำนวย ไทยานนท์พ.ศ. 2532–2537
43. นายกอบกุล ทองลงยาพ.ศ. 2537–2539
44. นายประสงค์ พิทูรกิจจาพ.ศ. 2539–2547
45. นายกิตติพงษ์ สุนานันท์พ.ศ. 2547–2549
46. นายประสงค์ พิทูรกิจจาพ.ศ. 2549–2551
47. นายปานชัย บวรรัตนปราณพ.ศ. 2551–2552
48. นายวีระ ศรีวัฒนตระกูลพ.ศ. 2552–2558
49. นายทวี นริสศิริกุลพ.ศ. 2558–ปัจจุบัน

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • ดอกไม้ประจำจังหวัดดอกเกด (Manilkara hexandra)
  • ต้นไม้ประจำจังหวัดเกด (Manilkara hexandra)
  • คำขวัญประจำจังหวัด: เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าว สับปะรด สวยสด หาด เขา ถ้ำ งามล้ำน้ำใจ

การศึกษา[แก้]

โรงเรียน[แก้]

แหล่งท่องเที่ยว[แก้]

  • ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างขึ้นมาในสมัย ร.ต.อำนวย ไทยานนท์ เป็นผู้ว่าราชการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิดศาลหลักเมือง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2537 เพื่อให้เป็นสิริมงคลและเป็นหลักชัยคู่บ้านคู่เมือง
  • อ่าวมะนาว
  • หว้ากอ
  • อ่าวบ้านกรูด
  • อ่าวบางเบิด
  • อ่าวประจวบ
  • อ่าวน้อย
  • ชายฝั่งทะเลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นชายฝั่งทะเลในพื้นที่แหลมผักเบี้ย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกชื่อชายฝั่งทะเลของจังหวัดเพชรบุรี-จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีความยาว 200 กิโลเมตร [15] มีความยาวคอดไปถึงอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ [16] เพื่อแสดงถึงวีรกรรม พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและเพื่อประกาศพระเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ให้ปรากฏพระนามบนแผนที่ [17]

ศาสนสถาน[แก้]

อุทยาน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. กระโดดขึ้น ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. กระโดดขึ้น กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  3. กระโดดขึ้น ประกาศกระทรวงมหาดไทย [[ปรับปรุงการจัดตั้งแบ่งเขตแขวงเมืองเพ็ชร์บุรีเสียใหม่ โดยให้มี ๖ อำเภอ และการจัดกรมการอำเภอ] ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่๑๘ ตอนที่ ๕ ประกาศ ณ วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ หน้าที่ ๕๙
  4. กระโดดขึ้น ประกาศ ตั้งเมืองปราณบุรี ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๒๓ ตอนที่ ๔๑ ประกาศ ณ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๙ หน้าที่ ๑๐๖๒
  5. กระโดดขึ้น ประกาศ เปลี่ยนนามเมืองปราณบุรี เป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๓๒ ตอนที่ ๐ ก ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ หน้าที่ ๑๗๖
  6. กระโดดขึ้น สุรินทร์ บัวงาม."บันทึกตำนานเมืองปราณบุรี", ประจวบคีรีขันธ์ : สภาวัฒนธรรมอำเภอปราณบุรี, 2544. หน้า 87-88 อ้างใน http://gold.rajabhat.edu/rLocal/stories.php?story=03/11/18/8802034
  7. กระโดดขึ้น กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_58.pdf 2559. สืบค้น 29 พฤศจิกายน 2559.
  8. กระโดดขึ้น กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  9. กระโดดขึ้น ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเนกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖, เล่ม ๑๓๑, ตอน ๔๑ ง , ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗, หน้า ๑
  10. กระโดดขึ้น กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat55.html 2555. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  11. กระโดดขึ้น กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat54.html 2555. สืบค้น 6 เมษายน 2555.
  12. กระโดดขึ้น กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.dopa.go.th/stat/y_stat53.html 2553. สืบค้น 30 มกราคม 2554.
  13. กระโดดขึ้น กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552."203.113.86.149/stat/y_stat.htmlสืบค้น 30 มีนาคม 2553
  14. กระโดดขึ้น กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html 2552. สืบค้น 30 มกราคม 2552.
  15. กระโดดขึ้น พระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในท้องที่ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี พ.ศ. ๒๕๔๙ เล่มที่ ๑๒๓ ตอนที่ ๘๐ ก ประกาศ ณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ หน้า ๑
  16. กระโดดขึ้น ชายฝั่งทะเลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
  17. กระโดดขึ้น ประชาสัมพันธ์การเรียกชื่อชายฝั่งทะเล ตั้งแต่บริเวณหาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ถึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ว่า"ชายฝั่งทะเลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช"

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น